“ความอ้วน” กับผู้หญิงดูจะเป็นอริกันกับสตรีทุกชาติบนโลกนี้ อันว่าเรื่องน้ำหนักตัวแล้วนั้น การควบคุมให้ได้ดั่งใจทำได้ยากพอ ๆ กับการเดาใจคนไม่รู้จัก เนื่องจากปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวนั้นมีปัจจัยจากภายนอกหลายอย่างด้วยกัน
เมื่อเกิดปัญหาน้ำหนักตัวเกิดพอดี หรือเริ่มรู้สึกว่าอ้วนขึ้นแล้ว คุณผู้หญิงทั้งหลายก็จะหาสารพัดวิธีการในการที่จะลดน้ำหนัก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการลดน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำง่าย ๆ และได้ผลถาวร มีเพียงการดูแลและควบคุมอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นที่ช่วยได้
ซึ่งปัญหาการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผลนั้น เกิดจากสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้
1. แพ้อาหาร เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่อาจทำให้น้ำหนักตัวของคุณไม่ขยับลง การแพ้อาหารที่ส่งผลต่อน้ำหนักที่พบกันมากที่สุด คือ การแพ้ข้าวสาลี เนื่องจากข้าวสาลีมีส่วนผสมของกลูเตนที่อาจรบกวนระบบการย่อย การแพ้ข้าวสาลีจึงทำให้มีปัญหาในการย่อยอาหารมีอาการท้องผูก ท้องอืด คลื่นไส้ เป็นตะคริวง่าย อารมณ์แปรปรวน และอยากอาหาร
2. พันธุกรรม พันธุกรรมมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคอ้วนถึง 30-40% อย่างไรก็ตามถ้าคุณบังเอิญมียีนอ้วนก็ใช่จะหมดหวังว่าจะลดน้ำหนักไม่ได้ เพราะนักวิจัยชาวเยอรมันพบว่า คนที่ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ก็อาจช่วยลดน้ำหนักได้
3. นอนไม่พอ งานวิจัยหลายชิ้นพบความเชื่อมโยงระหว่างการนอนหลับกับฮอร์โมนที่มีอิทธิพล ต่อพฤติกรรมการกินของเรา ซึ่งได้แก่ ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ที่รับผิดชอบต่อความรู้สึกหิวและเลปติน (Leptin) ที่จะบอกสมองว่า เมื่อไหร่ควรจะหยุดกินแต่ถ้าคุณนอนไม่พอฮอร์โมนเกรลินจะเพิ่มขึ้น
และข้อสุดท้ายเลยที่สำคัญจริง ๆ คือ
4. การออกกำลังกายแบบไม่ถูกวิธี ร่างกายของเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับกิจวัตรการออกกำลังกายที่คุณทำเป็น ประจำ โดยใช้พลังงานน้อยลง ดังนั้น การเปลี่ยนกิจวัตรการออกกำลังกายหรือลองออกกำลังแบบใหม่ ๆ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะช่วยเผาผลาญพลังงานของ ร่างกาย
โดยสรุปแล้ว การลดความอ้วน นั้นจะต้องหันมาใส่ใจที่การออกกำลังกายอย่างเสมอ ควบคู่กับการรับประทานอาหารแต่พอดีนั่นเองครับ






